มอบหนังสือธรรมะเล่มเล็กของพระอาจารย์ให้เด็กอ่านก่อนเรียนในห้อง 5-10 นาที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
 
ได้เริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2555
ครู-อาจารย์ทุกคนที่เข้าร่วมเห็นถึงการพัฒนาของเด็กเรียนว่ามีสมาธิในการเรียนดีขึ้น
ตรงกับที่พระอาจารย์ประสงค์ให้ปลูกฝังทัศนคติ คิดดี คิดถูก ตั้งแต่เด็ก เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณธรรม พัฒนาสังคมประเทศชาติต่อไป
 
ด้วยความเชื่อมั่นของพระอาจารย์มิตซูโอะ จึงสานต่อโครงการนี้โดยมีเป้าหมายให้มีนักเรียน-นักศึกษาเข้าร่วมโครงการภายในปีการศึกษา2556 จำนวน 500,000 คน (ปัจจุบันสมัครแล้วกว่า 180,000 คน ต้องใช้หนังสือกว่า 2,000,000 เล่ม)
 
หากท่านสนใจสามารถช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังสถาบันการศึกษาและครู-อาจารย์ตั้งแต่ ป.4 ถึง ม.6 รวมถึงระดับมหาลัย สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
 
นอกจากนี้ยังต้องการ...
 
-ความช่วยเหลือด้านจิตอาสา-
 
1. ติดต่อประชาสัมพันธ์ตามโรงเรียน
2. บันทึกข้อมูล (key-in Data base)
3. แพ๊คหนังสือลงกล่อง
4. รถขนส่งหนังสือ
5.โทรติดตามผลประชาสัมพันธ์ Call center
6. อ่านเรียงความนักเรียน
 
 
-ความช่วยเหลือด้านปัจจัย-
 
ขอเชิญชวนผู้ที่ต้องการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อจัดพิมพ์หนังสือ สำหรับใช้ใน โครงการ “เพิ่มพลังทางการศึกษาด้วยหนังสือธรรมะของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก”
โดยการบริจาคปัจจัยผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี วัดสุนันทวนาราม หมายเลขบัญชี 211-218756-2 สาขา หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง (กรุงเทพกรีฑา)
 
---
 
Link ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ

เว็บไซต์ของโครงการฯ : www.ilabymitsuo.org
facebook โครงการฯ : www.facebook.com/pages/ILA-เพิ่มพลังการศึกษาด้วยหนังสือธรรมะ/275081119263077
สอบถามข้อมูลโครงการฯ โทร 09 1562 7490
อีเมล์ ilabymitsuo@gmail.com
 
 
 
 
 
 
 

ด.เอ๋ย ด.เด็ก

posted on 12 Jan 2013 12:49 by watchara2539 in Readable
บทความจากหนังสือ ลิ้นชักนักเดินทาง ของ ศุ บุญเลี้ยง, สำนักพิมพ์รักคนอ่าน, 2546 (พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์รูปจันทร์, 2539)
 
 
เมื่อมีคำถามว่า รู้สึกอย่างไรกับเด็กไทยสมัยนี้ ?

ข้าพเจ้าตอบตามตรงว่า เด็กสมัยนี้ แก่แดดขึ้นทุกวันโดยมีพ่อ แม่ ครู อาจารย์ และรายการทีวีให้การสนับสนุน

ไปบ้านไหนก็ล้วนแต่ชอบอกชอบใจที่เห็นลูกเต้นตามแบบนักร้องในทีวี แล้วก็ร้องตามเพลงฮิตๆ ได้
 
ใครที่ได้ดูการประกวดร้องรำทำเพลง ลองสังเกตดูเถอะว่าเมื่อถึงตอนประกาศผล ผู้จัดจับเอาเด็กมายืนเรียงกัน ครั้นประกาศผล ผู้ชนะเลิศการประกวดได้แก่เด็กหญิง จุด จุด จุด
 
น้องหนูก็จะเอาสองมือขึ้นปิดหน้า แง้มให้เห็นดวงตาที่ค่อยๆ ปล่อยหยดน้ำตาออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้น กลายเป็นลีลาของนางสาวไทยแบบผู้ใหญ่ไปทันที
 
ย้อนไปดูเพลงที่พวกหนูๆ เลือกเข้ามาประกวดกันบ้าง ไม่พ้นไปจากเพลงยอดนิยมของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะบทเพลงเร่าร้อนต่างๆ
 
หนูๆ ก็จำน้าๆ มาวาดลวดลาย ฉีกแข้งฉีกขา ส่ายก้นได้ไม่แพ้ดาวยั่วรุ่นคุณน้าเลย
 
ข้าพเจ้านึกสงสัย บทเพลงสำหรับเด็กๆ หายไปไหนหมด หลานชายของข้าพเจ้าถึงต้องฮัมเพลง นางแมวยั่วสวาท ระหว่างกลับจากโรงเรียน
 
 
เราส่งเสริมให้เด็กเลียนแบบผู้ใหญ่
จับเด็กมาแต่งหน้าทาปาก
หัดให้เต้นรำท่าดารา
แล้วก็บอกว่านั่นคือการส่งเสริมการแสดงออกของเด็ก
 
การแสดงออก น่าจะหมายถึงการให้โอกาสเด็กได้แสดงความเป็นเด็กออกมา
 
ให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเล่นแบบเด็ก พูดแบบเด็ก เต้นแบบเด็ก หรือวาดแบบเด็ก
 
การแสดงออกไม่ใช่ออกไปหน้าเวที เต้นเข้าไป ทำท่าเว่อร์ๆ ไว้ลูก
 
 
เคยรู้มาว่ามีการประกวดวาดภาพที่อุตส่าห์คัดเลือกจนได้เด็กฝีมือดีมายกย่องให้เป็นศิลปินน้อย แต่ของรางวัลที่ทางรายการมอบให้ศิลปินน้อยแทนที่จะเป็นพู่กัน สี กระดาษ หรือวัสดุที่ส่งเสริมการวาดภาพ กลับให้รางวัลเป็นเกมกด
 
อย่างนี้จะเรียกว่าส่งเสริมหรือทำลายศิลปินตัวน้อยๆ กันแน่
 
 
ธุรกิจและผู้ใหญ่ที่มักง่าย นอกจากไม่สร้างแล้วยังช่วยทำลาย ทำลายนักคิด นักวิทยาศาสตร์ นักสะสม ศิลปินตัวน้อยๆ ลงทุกวัน
 
วันแล้ววันเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 
วิญญาณแห่งการกระหายใคร่รู้ วิญญาณของนักแสวงหา นักค้นคว้า ถูกผู้ใหญ่ ครู โรงเรียน ตัดเสียเตียนด้วยระเบียบวินัยและบทลงโทษ
 
เด็กจะเขียนอะไรลงไปสักเส้น เล่นอะไรแปลกไปสักหน่อยก็ไม่ได้ จับมาตีมือเสียแทบตาย หาว่ามือคัน
 
จะคิด จะค้าน จะค้น ก็หาว่าซนไม่เข้าเรื่อง
 
เวลาเข้าแถวหน้าเสาธงเป็นเวลาที่น่ารำคาญยิ่ง ครูอาจารย์จะมาบ่นยืดยาวซ้ำๆ ซากๆ ทำเวลายามเช้าของโรงเรียนให้หม่นหมองน่าเบื่อเสียก่อน แล้วจึงส่งนักเรียนเข้าห้องเรียน
 
โรงเรียนจึงกลายเป็นเครื่องทำลายความกล้าของนักเรียน
 
แล้วไปส่งเสริมการแสดงออกโดยจับเด็กมาแต่งหน้าเต้นระบำกระนั้นหรือ ?

 
สงสารและรำคาญ
 
อยากให้เด็กๆ ได้เป็นเด็ก
 
ให้เขาได้ของเล่น ไม่ใช่เห็นเขาเป็นของเล่น เอาออกมาประกวดโชว์กันเอาเป็นเอาตาย
 
เอาหน้าตาโรงเรียนมาเป็นเครื่องกดดันเด็ก
 
ให้เขาวาดรูปที่เขาอยากจะวาด ร้องเพลงเพื่อความเบิกบาน
 
ไม่ใช่ร้องเอาหน้ามาให้พ่อแม่
 
ไม่ใช่ให้เขาวาดเอาเหรียญให้โรงเรียน
 
เต้นเอาถ้วยให้อำเภอ รำให้จังหวัด
 
และสุดท้ายก็ทำอะไรเลวๆ แล้วอ้างว่าทำเพื่อชาติ
 
 
วันเด็กปีหน้า อยากให้คำขวัญกับเด็กว่า จงเป็นเด็ก เป็นเด็กเถิด ทั้งขอให้ช่วยอนุรักษ์เด็กกันไว้ด้วย
 
ตอนนี้ไม่ค่อยมีเด็กเหลือแล้ว มีแต่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก หรือไม่ก็เด็กที่แก่แดดเกิน.
 
 
 
 
 
 
พี่่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง เขียนบทความนี้ไว้เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว
 
ตอนนั้นหลายคนในเอ็กทีนยังล้างตูดตัวเองไม่เป็น
 
ถึงวันนี้ หลายคนที่ว่า อาจได้ล้างตูดให้คนอื่นบ้างแล้ว
 
 
หวังว่าเด็กที่ล้างตูดตัวเองไม่เป็นในวันก่อน...จะกลายเป็นคนล้างตูดนิสัยดีในปัจจุบัน
 
 
สุขสันต์วัน (เคยเป็น) เด็ก
 
 
 
เชิญชวนบริจาคปฏิทินเก่าแบบตั้งโต๊ะ
เพื่อนำไปทำสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ

จัดส่งได้ที่...
มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
420 ถนนราชวิถี ทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่...
คุณสมศักดิ์ tel. 02-3548365
อีเมล์ school@blind.or.th
 

หรือสนใจกิจกรรมอาสาอื่นๆ สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ
ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.blind.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=9&Itemid=7&lang=th
 
 
 
 

สวัสดีปีใหม่ชาว exteen ทุกคนครับ ขอให้สุขสมหวังในเรื่องดีๆ ทุกเรื่อง