ภาวะโลกร้อน
posted on 11 Jul 2007 01:01 by watchara2539 in MyLife-inBangkokขอเกาะกระแสโลกร้อนกับเขาบ้าง รายการ มันแปลกดีนะ นำเสนอเรื่องน้ำทะเลรุกคืบแผ่นดินตามแนวชายฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย (รายการออกอากาศไปเมื่อวันเสาร์ที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา) ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนโดยตรงหรือไม่ ก็น่าจะเกี่ยวอยู่เหมือนกันในแง่ที่ว่านอกจากการกัดเซาะที่เป็นไปโดยปกติตามธรรมชาติแล้ว ภาวะโลกร้อนก็ทำให้ระดับน้ำทะเลมีปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นไปได้ว่าอัตราความเร็วจะยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้นไปอีก หากแนวคิดของมนุษย์ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติยังไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่รายการนำเสนอในวันนั้นก็เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เป็นอนาคตใกล้ๆ แค่ปลายจมูกนี่เอง (เมื่อดูจากสถิติ) โดยเฉพาะกับจังหวัดที่อยู่ตามแนวชายฝั่ง หรือแม้กระทั่งกรุงเทพฯ นี่ก็เถอะ
.
คัดข้อความ และหยิบยืมภาพบางส่วนจากโปรโมทรายการมาให้อ่านครับ
(จากเว็บ http://www.newswit.com)
วัดขุนสมุทราวาส ตั้งอยู่ ต.แหลมฟ้าผ่า พระประแดง จ.สมุทรปราการ - ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2516 แต่เดิมมีพื้นที่กว่า 76 ไร่ ปัจจุบันน้ำทะเลกัดเซาะ และท่วมเข้ามาจนเหลือเพียง 5 ไร่ และไม่มีทางเดิน (ในรายการ พระต้องเอาโอ่งมาวางต่อกันใช้เป็นทางเดินในวัด) ถนนถูกตัดขาดจากหมู่บ้าน ต้องใช้การเดินเท้า ระยะทาง 3 กิโลเมตร
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี วัดนี้ถูกน้ำทะเลกลืนกินเข้ามา ท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยอยู่ห่างจากฝั่ง 10 กิโลเมตร ปัจจุบันกลายเป็นทะเลไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงมรสุมคลื่นจะซัดกระหน่ำแรงมาก ซึ่งมีภาพที่ได้รับการบันทึกเทปจากพระรูปหนึ่งในวัด ถ่ายพายุขนุน ซึ่งโหมกระหน่ำอย่างหนักเมื่อวันที 14 กันยายน 2548 ทำให้วัดเสียหายอย่างมาก
ชาวบ้านและพระในวัดต่างช่วยกันแก้ปัญหาได้แค่ การสร้างเขื่อนกั้นคลื่นลม ยกพื้นไม้ขึ้นสูง 2 เมตรเพื่อหนีน้ำทะเลที่ท่วม และยกพระพุทธรูปซึ่งเป็นพระประธานให้สูงขึ้น
ไม่เพียงวัดที่ถูกน้ำท่วม ชาวบ้านชุมชนขุนสมุทรจีน ชุมชนเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีนเคยอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 10 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันบ้านขุนสมุทรจีนปีก็กำลังจะจมหายไปไม่ต่างจากวัด
คงเดากันได้ไม่ยากว่า เมื่อน้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ จนที่นี่ต้องจมน้ำ แล้วสมุทรปราการจะอยู่ได้อย่างไร และอีกหลายปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร หากเรายังไม่ช่วยกันแก้ไข

ซ้ายมือคือภาพปัจจุบันที่น้ำทะเลซัดเข้ามาถึงอุโบสถ
ส่วนขวามือเป็นภาพในอดีต
.
นอกจากจะนำเสนอภาพความหายนะที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนแล้ว รายการ มันแปลกดีนะ ยังตามไปดูวิธีช่วยโลกให้หายร้อน กับเรื่องราวของ ชาวปกากญอร์ หรือชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นคนกลุ่มน้อยของไทย แต่ยังมีสำนึกรักแผ่นดินผืนป่า ที่สำคัญยังมีกุศโลบายช่วยดับโลกร้อนด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านง่ายๆ โดยใช้สายสะดือของเด็กแรกเกิดใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ แล้วนำไปมัดติดกับต้นไม้ ให้เด็กที่เติบโตมาคอยดูแลรักษาต้นไม้ประจำตัวของแต่ละคนอย่างดีที่สุด เรียกว่าเป็นกุศโลบายให้ช่วยกันรักษาต้นไม้นั่นเอง
.
.
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นผลกระทบโดยตรงจากเรื่องนี้ และจะส่งผลสืบเนื่องไปถึงเรื่องอื่นๆคือ พื้นที่ตามแนวชายฝั่งที่จมหายไปในทะเลนั้น ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งป่าประเภทนี้เป็นแหล่งอาหารปฐมภูมิของสัตว์น้ำ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ดังนั้น การสูญหายของป่าชายเลนก็เท่ากับว่าเป็นการยุติวงจรชีวิตของสัตว์น้ำ ทำให้มีสัตว์น้ำตามธรรมชาติลดน้อยลง และบางชนิดอาจถึงขั้นสูญพันธุ์เรียกว่าเป็นหายนะของระบบนิเวศทางทะเลก็ว่าได้

และเชื่อเถอะว่า นอกจากอดกินปูก้ามโตๆ แล้ว มนุษย์จะต้องได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอนในไม่ช้า
.
.
ภาพประกอบ ระบบนิเวศป่าชายเลน จากเว็บ

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-07-11 12:27