ห้องสมุดพร้อมปัญญา

posted on 23 Jul 2007 17:03 by watchara2539  in To-Share

เว้นจากคนที่เลวโดยสันดานไปเสีย ผมเชื่อว่าเบื้องหลังการสูญสิ้นอิสรภาพของคนที่อยู่หลังซี่ลูกกรงเหล็ก หลายครั้งคือความอยุติธรรม (ในโลกที่เงินตรามีค่าสูงสุด) และหลายครั้งกว่า คือความผิดพลาดในระหว่างการเดินทางของชีวิต ที่คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง

ซึ่งความผิดพลาดของใครบางคนนั้น ไม่แน่ว่า ส่วนหนึ่งอาจมีสาเหตุมาจากเรา ?

.

มองย้อนกลับไป โดยไม่ได้ตั้งใจ ระดับ ของคน อาจเริ่มต้นถูกแบ่งแยกด้วยการศึกษา (ทั้งที่การศึกษาน่าจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนมีความเท่าเทียมกัน) ในขณะที่เราเข้าไปอยู่ในสถาบันที่สังคมให้คำจำกัดความว่า ดี ได้ จะมีคนอีกจำนวนมากล่องลอยเคว้งคว้าง หรือจำเป็นต้องเรียนในที่ที่มีคำว่า ไร้มาตราฐาน แขวนอยู่เหนือป้ายชื่อสถาบัน ทุนนิยมตี ราคา ของแต่ละคนตั้งแต่ช่วงเวลานั้น ไม่ต่างอะไรกับการเอาเหล็กร้อนๆ ประทับเครื่องหมายบนตูดวัว เมื่อหลุดออกมาจากสถาบัน แต่ละคนจะมีตราที่มองไม่เห็นปั๊มอยู่บนหน้าผาก เป็นโลโก้สถาบัน หรือตัวเลขจากวุฒิบัตรการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย ยืนเข้าคิวรอให้บริษัทต่างๆ คัดเลือกสายพันธุ์ไปใช้งาน

มีน้อยคนที่จะรอดพ้นจากหลักการนี้

นั่นยังไม่นับเรื่องเส้นสายใหญ่เล็ก ที่ทำให้คนเหมือนกันแต่ได้รับการดูแลต่างกัน ราวเส้นผมกับขนหน้าแข้ง (ที่ไม่เคยถูกทรีทเม้นท์) ระดับ ของแต่ละคนเริ่มห่างและถ่างออกไปเรื่อยๆ แน่นอนว่า คนที่โอกาสดีกว่าก็จะยิ่งมีโอกาสไต่สูงขึ้นไปได้อีก ในขณะที่ผู้ด้อยโอกาสกว่าจะยิ่งเหลือโอกาสน้อยลงๆ

และด้วย ระดับ นั่นเอง ทำให้ทรัพยากรอันมีอยู่อย่างจำกัด ถูกแบ่งปันอย่างไม่เท่าเทียม คนที่มีโอกาสทางสังคมมากกว่า ก็จะมีโอกาสเลือกหยิบทรัพยากรที่ดีกว่าไปอุปโภคบริโภค ซึ่งบางคนก็หยิบฉวยไปเกินกว่าความจำเป็นที่ควรจะมี (โดยไม่ได้ตั้งใจ) นั่นทำให้คนที่ด้อยโอกาสทางสังคมซึ่งมีจำนวนมากกว่า เหลือทรัพยากรให้แบ่งกันใช้สอยอย่างน้อยนิดไปโดยปริยาย - แล้วเมื่อไหร่ที่ความน้อยนั้นถึงขั้นขาดแคลนอย่างรุนแรงปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ก็เกิดขึ้นตามมา

เพราะฉะนั้น มีความเป็นไปได้มากว่าการกระทำความผิดบางประการของใครบางคน ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากเราโดยที่เราเองก็ไม่ได้ตั้งใจ

ที่สำคัญ เมื่อคนที่ผิดพลาดเหล่านั้นพ้นโทษออกมา สังคม (ซึ่งรวมเราอยู่ในนั้นด้วย) ก็จะประทับตรา ไอ้ขี้คุก ซ้ำลงไปบนหน้าผากของเขา ติดตัวไปตลอดทั้งชีวิต (โดยไม่ได้ตั้งใจอีกเช่นเคย) เป็นกระบวนการทำลายโอกาสอันริบหรี่อยู่แล้วให้ดับสิ้นลงอย่างหมดจด บางคนจึงต้องก่อคดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อความอยู่รอด วนเวียนอยู่อย่างนั้นเพราะไม่มีใครให้โอกาสทำมาหากินอย่างอื่น

.

แต่ก็เถอะ ในโลกแห่งการประทับตราบนตูดวัว บางทีเราก็ช่วยเหลือคนอื่นได้ไม่มากอย่างที่ใจอยากจะทำ (ไม่ว่ามันจะเป็นข้ออ้างหรือข้อเท็จจริงก็ตาม) - และในความเป็นจริง การที่เรารู้สึกหวาดระแวงคนที่เคยผ่านการต้องโทษมาก่อน ก็เป็นสัญชาติญาณการป้องกันตัวตามธรรมชาติอยู่แล้ว จะให้ไม่รู้สึกอย่างนั้นก็คงลำบากและจะไม่ให้รู้สึกอย่างนั้น ก็อาจนับได้ว่าเป็นความประมาทอยู่พอสมควร

ดังนั้น วิธีการที่จะทำให้สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งเขาและเรา ก็คือการสนับสนุนให้พวกเขามี โอกาส มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ด้วยตัวของเขาเอง อย่างน้อย แม้ว่าที่สุดแล้ว ระดับ ในโลกแห่งการประทับตราบนตูดวัวอาจไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่พวกเขาก็จะมีทางเลือกมากขึ้น และอาจไม่จำเป็นต้องแคร์ทัศนคติโง่ๆ เหมือนเรา

ที่พล่ามมายืดยาวนี้ ผมหมายถึง โครงการ ห้องสมุดพร้อมปัญญา ของกรมราชทัณฑ์

.

ห้องสมุด เป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่กรมราชทัณฑ์ต้องการนำมาพัฒนาผู้ต้องขังที่ด้อยโอกาสในการแสวงหาความรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง ใช้เวลาว่างกับการอ่านหนังสือ และยังต้องการสร้างแหล่งสืบค้นให้กับผู้ต้องขังที่กำลังเรียนหนังสือในเรือนจำ เพราะเรือนจำเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังเรียนหนังสือ ในหลายหลักสูตร ทั้งปริญญาตรี และ หลักสูตรวิชาชีพต่างๆ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีแหล่งค้นคว้าข้อมูล เหมือนกับมหาวิทยาลัยภายนอก เรือนจำทั่วไป โดยหลักแล้วในเรือนจำจะแบ่งสัดส่วนการใช้งานออกเป็น ๒ ส่วน คือส่วนควบคุม อย่างแท้จริง อย่างเช่น ภายในเรือนนอน และส่วนของการฝึกวิชาชีพ การเรียนการสอน ในแต่ละ เรือนจำจึงมีมุมการศึกษา หรือ "แดนการศึกษา" เพื่อเป็นแหล่งการศึกษาหาความรู้ สำหรับแดนการศึกษาที่สมบูรณ์แบบนั้น ต้องประกอบด้วย ห้องเรียน ห้องศูนย์การเรียนรู้ และห้องสมุดที่มีหนังสือครบครัน นี่จึงเป็นที่มาของ "โครงการห้องสมุดพร้อมปัญญา" (ข้อความบางส่วนจาก มติชน ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่สนับสนุนโครงการนี้)

.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงเปิด "ห้องสมุดพร้อมปัญญา" และเสด็จทรงเยี่ยมชมกิจกรรมค่ายศิลปะ ภายใต้โครงการ Art for All : ประตูสู่จินตนาการ ครั้งที่ 3 ภายในทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2550 (ภาพจากเว็บไซต์กรมราชทัณฑ์)

.

.

ใครมีหนังสือดีๆ มีประโยชน์ (ผมเชื่อว่าทุกคนมี อย่างน้อยก็คนละเล่มสองเล่มล่ะ) สนใจบริจาคสอบถามได้ที่

กรมราชทัณฑ์ ถนนนนทบุรี 1

จังหวัดนนทบุรี 11000

โทร.0-2967-3559, 0-2967-2222

.

ใครจะรู้หนังสือของเราเพียงเล่มเดียว อาจช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่ขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึง - ซึ่งคราวนี้เรา ตั้งใจ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

วันนี้สาระเพียบเชียว ดีใจค่ะที่เอาเรื่องดีๆมาบอกกล่าว มีหนังสือเยอะอยู่ค่ะ แต่คละกันไปนะค่ะทั้งดีและไม่ค่อยจะดี ง่ายๆก็ประโลมโลกอ่ะค่ะ ไว้ย้ายไปอยู่บ้านแล้วจะลองคัดสรรดูค่ะ

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-07-23 22:12

เป็นประโยชน์สุดๆ เลยค่ะ

เพราะอย่างน้อยการมีความรู้มากๆ

ก็สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้ด้วยนะคะ

#2 By !2know ++ on 2007-07-24 09:30

-- เชื่อเช่นนั้นเหมือนกันคะพี่วัชระ

-- คนเราไม่ได้เลวโดยสันดานทุกคนหรอกค่ะ

-- คนที่มีความผิด ก็ไม่ได้เป็นคนเลวคนผิดโดยจิตใจ

-- และก็เชื่อว่าการอ่านหนังสือดีๆ จะทำให้เค้าได้เห็นในโลกที่กว้างขึ้น

-- กว้างกว่ากรมราชทัณฑ์ที่เค้าอยู่คะ

#3 By Evil-minded Angel on 2007-07-24 10:26

คนทำพลาดแล้วโดนจับได้

คนที่เดินอยู่รอบๆตัวเรา บางคนร้ายกว่าคนที่อยู่ในนั้นอีกต่างหาก

#4 By little monster on 2007-07-24 14:10

โพสต์เสร็จรู้สึกว่ายาว นึกว่าจะไม่มีใครอ่านซะแล้ว...ขอบคุณนะครับ ช่วยกันๆ

#5 By วัชระ on 2007-07-24 22:22

อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าอะไรก็ตามทุกคนต้องการโอกาสนะครับ ยินดีมากที่นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ เดี๋ยวว่าง ๆ จะเอาไปบอกต่อครับเพราะว่าผมไม่มีหนังสือเลยครับ

#6 By PjPancake on 2007-07-25 05:24

ขอบคุณคุณ PjPancake ครับ

ขออนุญาตโปรโมทนะครับ คุณ PjPancake เป็นอีกคนหนึ่งที่สายตามองไม่เห็น แต่สามารถเขียนบลอกได้ (ดี) บลอกของคุณ PjPancake เกี่ยวกับความรู้ทั่วไป และเรื่องแปลกๆ ที่น่าสนใจทั่วโลก ต้องยกนิ้วให้ในความขยันอ่านขยันหาและรวบรวมข้อมูลครับ

แวะเข้าไปอ่านได้ที่นี่ http://akenetwork.exteen.com/

#7 By วัชระ on 2007-07-25 16:57