ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น

posted on 29 Jan 2008 13:35 by watchara2539  in Readable

ที่มา คอลัมน์ กำลังใจไดอะรี / แหนง-ดู
หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์


.
การทำสิ่งใดโดยไม่หวังผลตอบแทนนั้น บางครั้งกลับได้รับคืนมาอย่างไม่น้อยไปกว่ากัน แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจว่าจะได้อะไรกลับคืนมาก็ตาม
เพราะสิ่งหนึ่งที่นับเป็นความจริงในโลกนี้คือ คำที่ว่า “ทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้นกลับคืนมา”
อย่างเช่นเรื่องเล่าของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อนานมาแล้วเรื่องนี้
.
ชื่อของเขาคือ เฟลมมิง เป็นชาวนาชาวสกอตแลนด์ผู้ยากจน
วันหนึ่งระหว่างที่เขากำลังทำงานอยู่ในไร่ เฟลมมิ่งก็ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยดังมาจากบึงโคลนที่อยู่ไม่ไกลแถวนั้น โดยไม่ต้องคิด เขาวางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้ววิ่งตรงไปที่บึงอย่างรวดเร็ว
แล้วเมื่อเข้าใกล้เขาก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังถูกโคลนดูดอยู่กลางบึง ยิ่งเขาพยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองมากเท่าใด เด็กหนุ่มก็ยิ่งจมลงไปในโคลนมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้โคลนอยู่สูงถึงหน้าอกของเขาแล้ว เด็กหนุ่มจึงร้องอย่างกลัวความตาย
เมื่อเห็นอย่างนั้น เฟลมมิงก็วิ่งลุยโคลนลงไปโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเอง เขาต้องช่วยเด็กหนุ่มออกมาให้ได้ โชคดีเป็นของเด็กหนุ่มที่เฟลมมิงอยู่ตรงนั้น ทำให้เขารอดพ้นจากความตาย
.
ในวันต่อมามีรถม้าอันหรูหราสวยงามมาจอดตรงหน้าบ้านอันยากแค้นของเฟลมมิง แล้วขุนนางผู้สูงศักดิ์ในเครื่องแต่งกายงดงามก็ก้าวลงจากรถม้า เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นบิดาของเด็กหนุ่มที่เฟลมมิงช่วยไว้เมื่อวานนี้
“ข้าต้องการจะตอบแทนเจ้า”   ชายสูงศักดิ์กล่าว   “ที่ได้ช่วยชีวิตลูกชายของข้าไว้”
“ข้ารับค่าตอบแทนจากสิ่งที่ข้าทำลงไปไม่ได้หรอก”   เฟลมมิงตอบกลับ และในเวลาเดียวกันนั้น ลูกชายของเขาก็เดินออกมาจากตัวบ้าน
“นั่นคือลูกชายของท่านใช่หรือไม่ ?”   ชายสูงศักดิ์ถาม
“ใช่”
“ถ้าเช่นนั้นข้ามีเรื่องจะตกลงกับเจ้า ข้าอยากช่วยลูกชายของเจ้าให้ได้เรียนหนังสือมากเท่าที่ลูกชายของเจ้าพอใจจะได้หรือไม่ เพราะถ้าหากว่าลูกชายของเจ้าเป็นเหมือนพ่อของเขาแล้ว เขาจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่พวกเราจะต้องภาคภูมิใจอย่างไม่ต้องสงสัย”
เฟลมมิงตอบตกลงรับข้อเสนอนั้น
.
ต่อมาลูกชายของเฟลมมิงจึงได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุด หลังจากที่เขาเรียนจบจากโรงเรียนแพทย์ของโรงพยาบาลเซนต์แมรีส์ในลอนดอน ชายหนุ่มคนนี้ก็กลายมาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อของ เซอร์อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง ผู้ค้นพบยาเพนนิสซิลินนั่นเอง
.
ภายหลัง ลูกชายของชายสูงศักดิ์ที่เฟลมมิงได้ช่วยไว้จากโคลนดูดก็ล้มป่วยด้วยโรคปอด แล้วอะไรล่ะที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้อีกครั้ง ?
แน่นอน นั่นก็คือยาเพนนิสซิลิน
ชื่อของชายสูงศักดิ์คนนั้นคือ ลอร์ด แรนดอลฟ์ เชอร์ชิลล์ และลูกชายของเขามีชื่อว่า เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ ที่กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
.
ด้วยเรื่องนี้ทำให้เราเชื่อว่า “ทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้นกลับคืนมา” เป็นเรื่องจริง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-01-29 14:05

โห ........... big smile

ชอบๆ ... อ่านแล้วได้ความรู้ แถมเห็นผลของการทำความดีโดยทันตา confused smile Hot!

#2 By !2know ++ on 2008-01-29 14:43

-- แน่นอนค่ะ เห็นด้วยที่สุด

-- ทำชั่วได้ชั่ว แต่คนชั่วไม่เคยกลัวเลยจริงๆ

-- เฮ้อ!! สังคมสมัยนี้ big smile

#3 By Evil-minded Angel on 2008-01-29 18:54

ขอโทษนะครับคู่หมั้นที่รักที่มาช้า...อินเทอร์เนตแย่มากเลยมาอ่านไม่ได้ครับ

ปอนก็เชื่อครับว่ากฎข้อนี้มีอยู่และเป็นจริงที่สุด แต่ที่คนที่ก่นร้องก้องฟ้าว่าทำดีแทบตายแต่ไม่ได้อะไรตอบกลับมา ส่วนไอ้คนทำชั่วกลับได้ดี ปอนว่า เขาก็คงไม่ได้วิเคราะห์ว่าไอ้สิ่งที่ทำลงไปมัน "สม" กับความไม่ดีที่ตัวเองทำลงไปหรือเปล่า หรืออาจจะทำดีเพื่อหวังสิ่งตอบแทนกลับมาหาตัวเอง ส่วนไอ้พวกคนชั่ว..ถึงแม้เราไม่เห็นความทุกข์ของมันได้ด้วยตา แต่ปอนเชื่อว่าจิตใจมันก็ไม่ได้สุขสบายจากการใช้ชีวิตอยู่ของมันอย่างแน่นอนนะครับ...ที่รักdouble wink confused smile

#4 By ปอนปอน on 2008-01-31 02:12

อ่านแล้วเหลือเชื่อค่ะ แต่ก็ไม่แปลกนะ

big smile
แต่บางคนทำชั่วแต่ไม่เห็นได้ชั่วกลับไปเลยนะคะ มันยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม

#6 By นกจร on 2008-02-03 12:23

sad smile แสดงว่ากินเงินเก็บอยู่ แล้วก็ไม่รู้จักทำงานหารายได้เพิ่ม...
พอเงินเก็บหมด เดี๋ยวก็เดือดร้อนเองแหละครับ
ใจเย็นๆ double wink

สบายดีทุกคนนะครับ big smile

#7 By วัชระ on 2008-02-03 16:40

Hot! Hot! Hot!

อยากให้ทุกคนเชื่ออย่างนั้นค่ะ big smile

#8 By ~ N ~ on 2008-02-04 00:22

ไม่ี่ค่อยสบาย กินข้าวลงกระเพาะหมดเลย...ตอนนี้เลยล่ำ
อ้วนท้วนสมบูรณ์ question

#9 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-07 19:03

คู่หมั้นที่รักปอนหายไปไหนอีกแล้ว...หายไปนานเลย รายงานตัวด้วยครับ ถ้ารายงานตัวภายในหนึ่งวันจะลดค่าสินสอดให้ 50 เปอร์เซ็นต์

แต่ถ้านานกว่านั้น...จะเหลือแค่สิบเปอร์เซ็นต์นะครับ..คิดถึงนะครับ

#10 By ปอนปอน on 2008-02-26 01:52

แวะมาทักทายค่ะ sad smileหลังจากที่หายไปนาน สบายดีหรือป่าวคะ

#11 By yakcute on 2008-02-26 09:52

sad smile สบายดีนะครับทุกคน

แวะเข้ามาก็ถือไม่กวาด ผ้าขี้ริ้วมาด้วยนะครับ
ช่วยปัดกวาดเช็ดถูบลอกหน่อย หยากใย่เพียบ
(แต่เจ้าของบลอกไม่เคยละอายใจ sad smile )

#12 By วัชระ on 2008-02-28 13:45

หุหุ รู้สึกว่าเจ้าของบล๊อกจะทิ้งบล๊อกช่วงละนานๆเลยนะคะ ยังสบายดีอยู่ใช่มั้ยคะ surprised smile

#13 By little monster on 2008-03-06 09:34

อ้าวววว..เจ้าของบล็อกหายยยย ทิ้งบ้านให้ร้างเจ้าข้าๆๆ เอ้ยยย หน้าไม่อาย ปล่อยให้คนอื่นเค้ารอ...ว้ายยยย

#14 By ปอนปอน on 2008-03-09 19:39

big smile

#15 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-15 22:33