การจุดธูป เทียน และถวายดอกไม้ เป็นการบูชาพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
โดยความหมายของแต่ละอย่างนั้นก็คือ

ธูป 3 ดอก เป็นการบูชาคุณ 3 อย่างของพระพุทธเจ้า คือ
พระปัญญาคุณ ที่ท่านตรัสรู้
พระวิสุทธิคุณ ความบริสุทธิ์จากการที่พระองค์ตรัสรู้
พระมหากรุณาคุณ ความเมตตากรุณาที่พระองค์มีต่อสรรพสัตว์
(อ่านเพิ่มเติม...)

แล้วทำไมธูปต้องหอม ?
กลิ่นหอมของธูปก็เปรียบเสมือนกลิ่นคุณความดี หรือกิตติศัพท์คุณความดีของพระองค์
(ซึ่งกลิ่นของความดีนั่นดีกว่ากลิ่นของธูป เพราะกลิ่นธูปนั่นต้องไปตามลมเท่านั่น
ในขณะที่กลิ่นความดี ไปทวนลมก็ได้ ฟุ้งกระจายไปได้รอบทิศทาง)



เทียน 2 เล่ม เป็นการบูชาพระธรรม ซึ่งศาสนาพุทธแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ
พระธรรม กับ พระวินัย ที่มักจะได้ยินรวมกันว่า พระธรรมวินัย
ทั้งสองอย่างต้องควบคู่กันจึงจะทำให้พุทธศาสนาอยู่ยั่งยืน
ถ้ามีพระธรรม ไม่มีพระวินัย ศาสนาก็อยู่ไม่นาน
ถ้ามีแต่พระวินัย ไม่มีพระธรรมก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าพระวินัยจะสื่อไปถึงอะไร

พระธรรม คือเนื้อหาสาระ ธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าสอน
พระวินัย คือรูปแบบ กฎระเบียบ การจัดตั้งวางแผน วางระบบ ทำให้สามารถสื่อธรรมะ หรือพระธรรมออกไปได้ในวงกว้าง มีแบบแผนชัดเจน

เทียน จุดแล้วสว่าง ก็เปรียบเสมือนแสงสว่างหรือปัญญา นำทางให้กับผู้คนได้ดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง มองเห็นทางเดินได้ถูกเส้นทาง
มีพระธรรมนำทางย่อมเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกและปลอดภัย
 
 

ดอกไม้ เป็นการบูชาพระสงฆ์
ดอกไม้ที่นำมาบูชามีหลากหลายสีและสารพัดพันธ์ ทั้งขนาดก็เล็กบ้างใหญ่บ้าง
เวลานำมาบูชาจะมีการจัดให้สวยงาม เช่น จัดเป็นพวงมาลาพวงมาลัย จัดใส่แจกัน จัดใส่พาน ซึ่งดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

ดอกไม้พวกนี้ก็โยงไปเปรียบเทียบกับพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่คณะ เป็นชุมชน
ประกอบด้วยพระสงฆ์ที่มาจากชาติตระกูลต่างๆ กัน ภูมิหลังการศึกษา การอบรมต่างๆ กัน ชีวิตความรู้สึกจิตใจต่างกัน
คือมีความต่างกันในหลายๆ อย่าง
แต่พอเข้ามารวมกันเป็นคณะสงฆ์ อยู่ในหมู่สงฆ์ด้วยกัน จะมีวินัยอันหนึ่งอันเดียวกัน และปฏิบัติตามธรรมะของพระพุทธเจ้าอันหนึ่งอันเดียวกัน
จึงทำให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความงดงาม น่าเคารพบูชา
เช่นเดียวกับดอกไม้ต่างสีต่างพันธ์ดอกเล็กดอกใหญ่มากมายที่ช่างจัดดอกไม้จัดให้ดูสวยงามนั่นเอง



อย่างไรก็ตาม การบูชาในพุทธศาสนามีอยู่ 2 อย่างคือ อามิสบูชา และปฏิบัติบูชา

อามิสบูชา คือการบูชาด้วยสิ่งของ
การบูชาธูปเทียนดอกไม้นั้น จัดว่าเป็นอามิสบูชา
เป็นการแสดงออกของความมีน้ำใจ การแสดงออกถึงความเคารพ (จึงบูชาด้วยสิ่งของเหล่านี้)
แต่การบูชาแบบนี้พระพุทธเจ้าไม่นิยมสรรเสริญ

ธรรมบูชา หรือเรียกอีกอย่างว่า ปฏิบัติบูชา
คือการปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ถือว่าเป็นการบูชาที่สูงสุด และพระพุทธเจ้านิยมสรรเสริญมากกว่าอามิสบูชา
เพราะว่าพระองค์ไม่ได้ต้องการสิ่งของจากพุทธศาสนิกชน
แต่พระองค์ต้องการให้ทุกคนปฏิบัติธรรม ตามที่พระองค์ได้ทรงเผยแผ่มากกว่า
ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ต่อตัวผู้ปฏิบัติเอง พระองค์ไม่ได้รับประโยชน์อันใดเพิ่มขึ้นเลย


[เรียบเรียงจาก ธรรมบรรยายของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)]
 
 
 
 
จันทร์หน้าอย่าลืมไปเวียนเทียนกันนะครับ



Comment

Comment:

Tweet

double wink angry smile sad smile open-mounthed smile

#4 By (49.230.65.42|49.230.65.42) on 2015-06-07 13:45

confused smile

#3 By (180.180.217.209|180.180.217.209) on 2014-07-24 20:19

#2 By (182.93.212.13|182.93.212.13) on 2014-07-10 09:02

embarrassed

#1 By (182.93.212.13|182.93.212.13) on 2014-07-10 09:00