posted on 24 Mar 2008 00:25 by watchara2539 in Readable
มีเพื่อนรักอยู่ 3 คน คือ ไฟ น้ำ และ ความไว้ใจ…
ทั้ง 3 ได้มาพบและพูดคุยกัน
ไฟ บอกกล่าวกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
“ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตในที่ๆ มีควันฉันจะอยู่ที่นั่น”
ส่วนน้ำนั้น บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
“ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตที่ๆ ต้นไม้เขียวชอุ่มและเจริญงอกงาม เพราะฉันจะอยู่ที่นั่น”
ส่วนความไว้ใจ บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
“หากฉันหายไป...พวกเธอจะไม่มีวันได้พบฉันอีกเลย”
.
ไฟก็เปรียบเสมือนความหวัง ความมุ่งมั่นมานะ และพลังในการดำเนินชีวิต…
แม้มันหมดหรือดับไป คุณยังอาจจุดประกายแห่งความมุ่งมั่นนั้นได้ ขอเพียงคุณมีแรงดลใจ (ควัน)
น้ำ เปรียบเหมือนความรัก ความอบอุ่น เป็นสิ่งชโลมจิตใจ ให้ชีวิตคงอยู่อย่างสดชื่น และมีชีวิตชีวา…
แม้คุณอกหักหรือผิดหวัง แต่ความรักก็ยังพร้อมจะเกิดขึ้นใหม่และเจริญงอกงามต่อไปได้เสมอ
แต่ความไว้วางใจนั้น เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุคคลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก คนรัก เพื่อน หัวหน้า หรือ ลูกน้อง
ถ้าหากคุณสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อบุคคลนั้นไป…คุณจะไม่พบมันอีกเลยในความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขา
.
.
ที่มา - Forward Mail
posted on 29 Jan 2008 13:35 by watchara2539 in Readable
ที่มา คอลัมน์ กำลังใจไดอะรี / แหนง-ดู
หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์
.
การทำสิ่งใดโดยไม่หวังผลตอบแทนนั้น บางครั้งกลับได้รับคืนมาอย่างไม่น้อยไปกว่ากัน แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจว่าจะได้อะไรกลับคืนมาก็ตาม
เพราะสิ่งหนึ่งที่นับเป็นความจริงในโลกนี้คือ คำที่ว่า “ทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้นกลับคืนมา”
อย่างเช่นเรื่องเล่าของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อนานมาแล้วเรื่องนี้
.
ชื่อของเขาคือ เฟลมมิง เป็นชาวนาชาวสกอตแลนด์ผู้ยากจน
วันหนึ่งระหว่างที่เขากำลังทำงานอยู่ในไร่ เฟลมมิ่งก็ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยดังมาจากบึงโคลนที่อยู่ไม่ไกลแถวนั้น โดยไม่ต้องคิด เขาวางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้ววิ่งตรงไปที่บึงอย่างรวดเร็ว
แล้วเมื่อเข้าใกล้เขาก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังถูกโคลนดูดอยู่กลางบึง ยิ่งเขาพยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองมากเท่าใด เด็กหนุ่มก็ยิ่งจมลงไปในโคลนมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้โคลนอยู่สูงถึงหน้าอกของเขาแล้ว เด็กหนุ่มจึงร้องอย่างกลัวความตาย
เมื่อเห็นอย่างนั้น เฟลมมิงก็วิ่งลุยโคลนลงไปโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเอง เขาต้องช่วยเด็กหนุ่มออกมาให้ได้ โชคดีเป็นของเด็กหนุ่มที่เฟลมมิงอยู่ตรงนั้น ทำให้เขารอดพ้นจากความตาย
.
ในวันต่อมามีรถม้าอันหรูหราสวยงามมาจอดตรงหน้าบ้านอันยากแค้นของเฟลมมิง แล้วขุนนางผู้สูงศักดิ์ในเครื่องแต่งกายงดงามก็ก้าวลงจากรถม้า เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นบิดาของเด็กหนุ่มที่เฟลมมิงช่วยไว้เมื่อวานนี้
“ข้าต้องการจะตอบแทนเจ้า” ชายสูงศักดิ์กล่าว “ที่ได้ช่วยชีวิตลูกชายของข้าไว้”
“ข้ารับค่าตอบแทนจากสิ่งที่ข้าทำลงไปไม่ได้หรอก” เฟลมมิงตอบกลับ และในเวลาเดียวกันนั้น ลูกชายของเขาก็เดินออกมาจากตัวบ้าน
“นั่นคือลูกชายของท่านใช่หรือไม่ ?” ชายสูงศักดิ์ถาม
“ใช่”
“ถ้าเช่นนั้นข้ามีเรื่องจะตกลงกับเจ้า ข้าอยากช่วยลูกชายของเจ้าให้ได้เรียนหนังสือมากเท่าที่ลูกชายของเจ้าพอใจจะได้หรือไม่ เพราะถ้าหากว่าลูกชายของเจ้าเป็นเหมือนพ่อของเขาแล้ว เขาจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่พวกเราจะต้องภาคภูมิใจอย่างไม่ต้องสงสัย”
เฟลมมิงตอบตกลงรับข้อเสนอนั้น
.
ต่อมาลูกชายของเฟลมมิงจึงได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุด หลังจากที่เขาเรียนจบจากโรงเรียนแพทย์ของโรงพยาบาลเซนต์แมรีส์ในลอนดอน ชายหนุ่มคนนี้ก็กลายมาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อของ เซอร์อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง ผู้ค้นพบยาเพนนิสซิลินนั่นเอง
.
ภายหลัง ลูกชายของชายสูงศักดิ์ที่เฟลมมิงได้ช่วยไว้จากโคลนดูดก็ล้มป่วยด้วยโรคปอด แล้วอะไรล่ะที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้อีกครั้ง ?
แน่นอน นั่นก็คือยาเพนนิสซิลิน
ชื่อของชายสูงศักดิ์คนนั้นคือ ลอร์ด แรนดอลฟ์ เชอร์ชิลล์ และลูกชายของเขามีชื่อว่า เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ ที่กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
.
ด้วยเรื่องนี้ทำให้เราเชื่อว่า “ทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้นกลับคืนมา” เป็นเรื่องจริง
posted on 22 Jan 2008 12:41 by watchara2539 in Readable
1) ทำงานอยู่เสมอ
2) อย่าเอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย
3) อย่าเป็นทุกข์ล่วงหน้า
4) ต้อนรับสิ่งที่หนีไม่พ้นด้วยความสงบ
5) อย่ายอมเป็นทาสของอดีต
6) หัดวิเคราะห์ทุกข์
7) ค้นหาสาเหตุของทุกข์แล้วกำจัดต้นเหตุ
8) ทำจิตใจให้อิสระไม่ตกเป็นทาสของมายาธรรม
9) ตระหนักแน่ว่าสิ่งทั้งปวงเป็นไปตามเหตุปัจจัย
10) พยายามมองบุคคลและเหตุการณ์ต่างๆในแง่ดี
----------------------------------------------------------
.
เอาไว้อ่านเล่นๆ นะครับ (แต่ใครทำได้จริงก็จะดีมั่กๆ)
แค่ตั้งใจจะมาบอกว่าเจ้าของบลอกยังไม่ตาย
และขออภัยอย่างแรงที่ไม่ได้ไปเม้นท์บลอกใครเลย
ใครคิดถึง อยากด่า หรืออะไรก็ตามที หลังไมค์ได้ครับ แวบมาเช็คอยู่เรื่อยๆ
ก่อนส่งข้อความอย่าลืมจุดธูปหนึ่งดอก (และงดทวงหนี้ทุกประเภท
)
.
แล้วก็…สวัสดีปีใหม่อย่างเป็นทางการครับ ขอให้มีความสุขตลอดปี (ที่เหลืออีกแค่ 11 เดือน)
โดยเฉพาะคนที่เข้ามากดดันให้อัพบลอกในเอ็นทรี่ที่แล้ว 